[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพิบูลมังสาหาร
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป    
IP ของคุณคือ 3.236.118.225     
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 31 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
ชื่อ :
รหัส
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก




  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
เผย! 5 เทรนด์ใหม่ที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในทศวรรษหน้า  VIEW : 362    
โดย fun88

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 4
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 80%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 27.145.185.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 9 เดือน กันยายน พ.ศ.2563 เวลา 14:47:41    ปักหมุดและแบ่งปัน


การ์ทเนอร์ชี้ 5 เทรนด์ใหม่ที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในทศวรรษหน้า นวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาแรงที่ต้องจับตามอง ได้แก่ เทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม, เทคโนโลยีที่รวบรวม API เพื่อสร้างฟังก์ชั่นในรูปแบบโมดูล (Composable Enterprise), การออกแบบที่ใช้ AI เป็นตัวช่วย, การรักษาความเป็นส่วนตัวต่อข้อมูลหนึ่ง ๆ ก่อนนำข้อมูลนั้นมาใช้ และเซ็นเซอร์ที่ย่อยสลายได้



รายงาน Hype Cycle for Emerging Technologies, 2020 ของการ์ทเนอร์ระบุถึง 30 เทคโนโลยีที่ต้องจับตามอง ประกอบด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อรวบรวมอินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชั่นทางธุรกิจและสร้างฟังก์ชั่นในรูปแบบโมดูลให้แก่ธุรกิจ (Composable Enterprise: CE), เทคโนโลยีที่มุ่งดึงความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีกลับคืนมา และเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนสภาวะการทำงานของสมองของผู้คน



นายไบรอัน เบิร์ก รองประธานฝ่ายวิจัย การ์ทเนอร์ กล่าวว่า “เทคโนโลยีเกิดใหม่ทั้งหลายย่อมเป็นสิ่งที่เข้ามาดิสรัปตลาดเป็นเรื่องธรรมดา แต่ตลาดจะยังไม่เห็นตัวอย่างและยังไม่ได้รับรู้ถึงประโยชน์ด้านความได้เปรียบในการแข่งขันที่เทคโนโลยีเหล่านี้มีให้ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลามากกว่าห้าปีหรือบางกรณีมากกว่า 10 ปีเลยทีเดียวกว่าที่จะมีการยอมรับและนำไปใช้ในวงกว้างเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่เทคโนโลยีบางประเภทที่อยู่ในวงจรการพัฒนาเทคโนโลยีของการ์ทเนอร์ (Hype Cycle) จะสมบูรณ์แบบในอีกไม่นาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้นำด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีทุกคนต้องรู้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะสร้างโอกาสอะไรให้บ้าง โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงหรือจะมีผลกระทบสูง”



ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีที่เป็นเหมือนสมุดที่เก็บรวบรวมข้อมูลสำคัญด้านสุขภาพ (Health Passport) และเทคโนโลยีที่ช่วยด้านการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 เทคโนโลยีทั้งสองประเภทนี้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดใน Hype Cycle และมีผลกระทบสูง ทั้งนี้มีเทคโนโลยีน้อยประเภทนักที่จะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วถึงจุดที่เทคโนโลยีที่ช่วยด้านการเว้นระยะห่างทางสังคมทำได้ใน Hype Cycle อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีนี้เป็นที่สนใจของสื่อมวลชนเป็นพิเศษ เนื่องจากความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ด้าน Health Passport นั้นก็ยังเป็นเรื่องฉีกแนวที่ไม่คุ้นเคย เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ค่อยมีการนำเสนอสู่ตลาดมากนักโดยมีการเจาะตลาดเพียง 5-20% แต่เทคโนโลยีนี้กำลังได้รับการใช้งานจากประชาชนหลายร้อยล้านคนในประเทศจีนและอินเดียเพื่อใช้ในการเข้าไปยังพื้นที่สาธารณะและระบบการขนส่ง (แอปพลิเคชั่น Health Code ของจีน และ Aarogya Setu ของอินเดีย) อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีทั้งสองประเภทนี้จะเป็นที่ยอมรับและนำไปใช้ในวงกว้างเพื่อใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในเวลาไม่ถึงสองปี



The Hype Cycle for Emerging Technologies เป็นรายงานที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากรายงานด้าน Hype Cycles ด้านอื่นเกือบทั้งหมดของการ์ทเนอร์ เพราะเป็นการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกของเทคโนโลยีมากกว่า 1,700 รายการ นำมาคัดให้เหลือเป็นชุดข้อมูลเทคโนโลยีเกิดใหม่และเทรนด์ที่กระชับ รายงานชิ้นนี้เน้นเจาะจงไปที่กลุ่มเทคโนโลยีที่แสดงให้เห็นว่าจะสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับสูงได้ในอีกห้าถึง 10 ปีข้างหน้า



hypecycleemergingtechnolog



5 เทรนด์เทคโนโลยีเกิดใหม่



ดิจิทัล มี (Digital me) -



เทคโนโลยีกำลังหลอมรวมเข้ากับชีวิตผู้คนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการเป็นตัวแทนของผู้คนเหล่านั้นบนโลกดิจิทัล เช่น หนังสือเดินทางดิจิทัลและเทคโนโลยีการเว้นระยะห่างทางสังคม แบบจำลองผู้คนและวัตถุในโลกดิจิทัลหรือแฝดดิจิทัล (Digital Twins) ของมนุษย์ทำให้เกิดโมเดลและเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลที่สามารถใช้เป็นตัวแทนของเขาเหล่านั้นทั้งในโลกทางกายภาพและดิจิทัล วิธีปฏิสัมพันธ์ของผู้คนกับโลกดิจิทัลนั้นก้าวไปไกลกว่าแค่หน้าจอและคีย์บอร์ด แต่ยังหมายรวมถึงการใช้รูปแบบการโต้ตอบอื่น ๆ ร่วมกัน (เช่น เสียงพูด การมองเห็น การแสดงท่าทาง) หรือแม้แต่การเป็นสมองเพื่อคิดแทนเราได้โดยตรง

























Advertisement






เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง ได้แก่ เทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม, Health Passport, แฝดดิจิทัลของบุคคล แฝดดิจิทัลของพลเมือง ประสบการณ์แบบหลากหลาย และการติดต่อกันโดยตรงระหว่างคลื่นสมองกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ 2 ทาง (2-Way BMI: Brain Machine Interface)



สถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน (Composite architectures) -



เทคโนโลยี Composable Enterprise (CE) ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการรวบรวมความสามารถทางธุรกิจที่สร้างขึ้นจากโครงสร้างข้อมูลที่มีความยืดหยุ่นไว้ในที่เดียวกัน สถาปัตยกรรมแบบผสมผสานจะถูกนำไปใช้กับโซลูชันด้านการบริหารจัดการแอปพลิเคชั่นขององค์กร ระบบอัจฉริยะที่ฝังมาพร้อมจะกระจายความสามารถและขยายต่อไปสู่อุปกรณ์ปลายทางต่าง ๆ จนถึงผู้ใช้ปลายทาง



เทคโนโลยีต่อไปนี้จะช่วยให้องค์กรมีความคล่องตัวมากขึ้น: Composable Enterprise, การจัดการแอปพลิเคชั่นขององค์กร, การจัดการข้อมูลที่กระจายกันอยู่ตามจุดต่างๆ, 5G ส่วนบุคคล, การฝังเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคอมพิวเตอร์บอร์ดเดี่ยวราคาประหยัดที่เป็นอุปกรณ์ปลายทาง



ปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นแบบแผน (Formative AI) -



คือชุดข้อมูลของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เกิดใหม่และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่สัมพันธ์กันที่สามารถปรับเปลี่ยนแบบไดนามิกเพื่อตอบสนองต่อการแปรผันของสถานการณ์ บางส่วนของเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกนำไปใช้โดยนักพัฒนาแอปพลิเคชันและนักออกแบบด้าน UX เพื่อสร้างโซลูชันใหม่ ๆ โดยใช้เครื่องมือที่รองรับเทคโนโลยี AI เทคโนโลยีอื่น ๆ ช่วยให้สามารถพัฒนาแบบจำลอง AI แบบไดนามิกเพื่อให้สามารถปรับตัวได้ตลอดเวลา และการพัฒนาขั้นสูงสุดคือสร้างโมเดลใหม่ทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะได้



องค์กรที่กำลังสนใจนำเทคโนโลยี AI ไปปรับใช้ควรพิจารณาด้านการออกแบบโดยใช้ AI (AI-assisted design), การพัฒนาเพิ่มเติมโดยใช้ AI (AI augmented development), การแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลและกราฟ (ontologies and graphs), ข้อมูลขนาดเล็ก, AI แบบผสมผสาน (composite AI), แมชชีนเลิร์นนิ่งที่ปรับตัวได้ (adaptive ML), การเรียนรู้ด้วยตนเอง, generative AI  และ generative adversarial networks เทเบิลเทนนิส เทเบิลเทนนิส เทเบิลเทนนิส



Algorithmic trust:



โมเดลความน่าเชื่อถือต่าง ๆ ที่ทำงานตามความรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ กำลังจะถูกแทนที่ด้วยโมเดลความน่าเชื่อถือแบบอัลกอริทึม เพื่อความมั่นใจในความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล แหล่งที่มาของข้อมูล และการระบุตัวตนของบุคคลและองค์ประกอบอื่น ๆ โมเดลความน่าเชื่อถือแบบอัลกอริทึมนี้จะช่วยให้องค์กรมั่นใจได้ว่าจะไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงและต้นทุนจากการสูญเสียความไว้วางใจจากลูกค้า พนักงานและคู่ค้าต่าง ๆ



เทคโนโลยีใหม่ที่เชื่อมโยงกับโมเดลความน่าเชื่อถือแบบอัลกอริทึม ได้แก่ Secure Access Service Edge (SASE), Differential Privacy, Authenticated Provenance, Bring your own identity,  Responsible AI and Explainable AI.



ล้ำกว่าซิลิคอน กว่าสี่ทศวรรษที่กฎของมัวร์ (Moore’s Law) (อธิบายถึงจำนวนทรานซิสเตอร์ในวงจรรวมหนาแน่น (IC) จะเพิ่มขึ้นสองเท่าในทุก ๆ สองปี) คือตัวชี้นำอุตสาหกรรมไอที เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาจนใกล้ทะลุขีดจำกัดทางกายภาพของซิลิคอน ส่วนประกอบที่ล้ำสมัยใหม่ ๆ กำลังสร้างโอกาสที่สำคัญหลายประการที่ทำให้เทคโนโลยีมีความรวดเร็วขึ้นด้วยขนาดเล็กลง



เทคโนโลยีสำคัญที่ต้องพิจารณา ได้แก่ DNA computing เซ็นเซอร์แบบย่อยสลายได้ และทรานซิสเตอร์ที่ผลิตจากคาร์บอน



ศึกษารายละเอียดการวิเคราะห์จาก The Gartner Hype Cycle for Emerging Technologies, 2020  เพิ่มเติมได้ที่เว็บบินาร์ของการ์ทเนอร์ “The 5 Major Trends of Gartner's 2020 Emerging Technologies Hype Cycle.”



The Gartner Hype Cycle for Emerging Technologies 2020  นำเสนอเทคโนโลยีมากกว่า 20 รายการใหม่ให้กับ Hype Cycles ของการ์ทเนอร์ ทำให้ Hype Cycles เป็นแหล่งข้อมูลที่จะนำไปสู่ความเข้าใจเทคโนโลยีและเทรนด์ใหม่ล่าสุด ลูกค้าการ์ทเนอร์สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในรายงาน “Hype Cycle for Emerging Technologies, 2020.”



การวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีเกิดใหม่และวิธีการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการเข้าใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์ทางธุรกิจจะถูกนำเสนอใน  Gartner IT Symposium/Xpo 2020, ซึ่งเป็นการประชุมที่สำคัญที่สุดในโลกสำหรับซีไอโอและผู้บริหารไอทีอื่น ๆ ติดตามข่าวสารและอัปเดตการประชุมบน Twitter ได้ที่  #GartnerSYM