[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพิบูลมังสาหาร
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป    
IP ของคุณคือ 54.156.90.21     
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 19 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
ชื่อ :
รหัส
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก




  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
ท้องเสีย  VIEW : 37    
โดย ดร.สุริยัน

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 2
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 40%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 171.96.125.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 14 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2560 เวลา 22:57:29    ปักหมุดและแบ่งปัน



ท้องเสีย


สุขภาพ



คุณเคยมีอาการท้องเสียโดยไม่ทราบสาเหตุว่าไปทานอะไรมาหรือเปล่า และเมื่อมีอาการท้องเสียควรจะทำตัวอย่างไร จะต้องทานยาหยุดถ่ายโดยทันทีหรือไม่ ­



ท้องเสียคืออาการถ่ายอุจระบ่อยเกินกว่าวันละสามครั้งหรืออุจระเหลวเป็นน้ำมากกว่าเนื้อ หรืออาจจะถ่ายเป็นมูกเลือด ผู้ที่ป่วยจะไม่สามารถดูดซึมสารอาหารหรือน้ำได้อย่างเหมาะสม หากเป็นนานเกินไป ผู้ที่เป็นโรคท้วงร่วงอาจมีภาวะขาดน้ำหรือมีปัญหาเกลือแร่ผิดปกติได้

สาเหตุของอาการท้องเสีย



การกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาด

การแพ้อาหารบางชนิด เช่น นม เนื่องจากขาดเอนไซม์ที่ใช้ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม

กินอาหารมากเกินไปหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

เมื่อมีอาการท้องเสียควรทำอย่างไร ต้องทานยาหยุดถ่ายโดยทันทีหรือไม่­



หลายๆคนอาจคิดว่าเมื่อมีอาการท้องเสียควรทานยาหยุดถ่ายหรือยาแก้ท้องเสีย แต่รู้หรือไม่วิธีการเช่นนี้เป็นความคิดที่ผิดมากๆ เพราะการทานยาหยุดถ่ายหรือยาแก้ท้องเสียจะทำให้ลำไส้ต้องกักเก็บเชื้อโรคเอาไว้นานขึ้น จะทำให้ท้องอืด ปวด และแน่นท้องมากขึ้น ดังนั้นถ้าท้องเสียไม่ควรทานยาหยุดถ่าย แต่ควรจจะถ่ายให้หมด เนื่องจากร่างกายจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบเมื่อมีการติดเชื้อหรือกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยการปล่อยสารพิษหรือเชื้อโรคออกมา และเมื่อปล่อยหมด การเคลื่อนตัวของลำไส้ก็จะกลับมาเป็นปกติ



วิธีดูและตัวเองเมื่อท้องเสียในช่วง 24-72 ชั่วโมง



หยุดรับประทานอาหาร 2 ถึง 4 ชั่วโมง เพื่อให้ลำไส้หยุดการทำงาน

ดื่มเกลือแร่ผงผสมกับน้ำต้มสุกหรือใช้เกลื่อป่นผสมกับน้ำต้มสุก เพื่อทดแทนน้ำกับเกลื่อแร่ที่ร่างกายสูญเสียไป

หลังจากนั้นจึงเริ่มรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวใส่เกลือ ข้าวต้ม หรือ โจ๊ก งดอาหารรสจัดและอาหารที่มีกากใยมาก เช่น ผัก ผลไม้

รับประทานโยเกิร์ตที่มีโปรไบโอติก (probiotic yogurt) เชื้อแบคทีเรียมีชีวิตเหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องร่วงบางชนิดและทำให้หายเร็วขึ้นได้

ลองรับประทานแบรทไดเอ็ท (BRAT diet) ได้แก่ กล้วย , ข้าว, แอปเปิลหรือน้ำแอปเปิล และขนมปังปิ้งแห้ง อาหารสูตรนี้เหมาะสำหรับเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถรับประทานได้เช่นกัน ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องเน้นเฉพาะอาหารเหล่านี้ แต่การรับประทานอาหารเหล่านี้เพิ่ม อาจช่วยให้อาการท้องร่วงหายเร็วขึ้นได้

งดดื่มนม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน จนกว่าจะหายท้องเสีย

หลีกเลี่ยงยารักษาโรคท้องเสีย ยกเว้นแพทย์สั่ง เนื่องจากท้องเสียเป็นการขับสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากร่างกาย ดังนั้นทางเดียวที่จะดีขึ้นได้คือต้องยอมถ่ายเหลว

รักษาตามอาการ เช่น ให้ยาแก้อาเจียน ยาแก้ปวดท้อง หรือ ยาลดไข้

ควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนในกรณีดังต่อไปนี้



อาเจียนหรือท้องเสียในเด็กแรกเกิดอายุน้อยกว่า 3 เดือน (พบแพทย์ทันทีที่มีอาการ)

เด็กอายุเกิน 3 เดือนที่มีอาการอาเจียนนานกว่า 12 ชั่วโมง

ท้องเสียนานกว่า 3 วัน

อุจจาระมีเลือดปน มีสีดำ หรือดูมีน้ำมันปน

อาการปวดท้องที่ไม่ดีขึ้นเมื่อได้ถ่ายอุจจาระ

อาการขาดน้ำ เช่น เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือตะคริว

มีไข้ร่วมกับท้องเสีย โดยไข้สูงกว่า 38.33°C ในผู้ใหญ่หรือสูงกว่า 38°C ในเด็ก